บทความศาสนา

 

การละหมาดตะรอวีหฺ


หุก่มการละหมาดตะรอวีหฺ
การละหมาดตะรอวีหฺเป็นสุนัตมุอักกะดะฮฺ ซึ่งมีตัวบทว่าเป็นการกระทำของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และจัดอยู่ในจำพวกละหมาดสุนัตที่บัญญัติให้ละหมาดเป็นญะมาอะฮฺในเดือนเราะมะฎอน สาเหตุที่เรียกชื่อการละหมาดว่าตะรอวีหฺเพราะผู้ละหมาดต่างนั่งพักกันหลังจบสี่ร็อกอะฮฺ เนื่องจากมีการอ่านยาว และละหมาดนาน

เวลาของการละหมาดตะรอวีหฺ
ให้ละหมาดตะรอวีหฺในเดือนเราะมะฎอนหลังจากละหมาดอิชาอ์จนกระทั่งออกฟัจญ์รฺ เป็นสิ่งที่สุนัตสำหรับทั้งชายและหญิง ซึ่งท่านนบีได้เน้นให้กระทำเป็นพิเศษ มีรายงานจากท่านว่า
«مَنْ قَامَ رَمَضَانَ إيمَاناً وَاحْتِسَاباً غُفِرَ لَـهُ مَا تَقَدَّمَ مِنْ ذَنْبِـهِ»
ความว่า “ผู้ใดละหมาดในเดือนเราะมะฎอน ด้วยใจที่ศรัทธาและหวังในความโปรดปรานของอัลลอฮฺ เขาจะได้รับการอภัยโทษจากความผิดของเขาที่ผ่านมา” (มุตตะฟะกุน อะลัยฮฺ โดยมีบันทึกในอัล-บุคอรีย์ เลขที่ : 1137 สำนวนนี้เป็นของอัล-บุคอรีย์และมุสลิม เลขที่: 749)

ลักษณะของการละหมาดตะรอวีหฺ
หนึ่ง ตามสุนนะฮฺแล้ว ในการละหมาดตะรอวีหฺให้อิมามนำละหมาดบรรดามุสลิมสิบเอ็ดร็อกอะฮฺ ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนร็อกอะฮฺที่ดีที่สุด หรือบางครั้งอาจนำละหมาดถึงสิบสามร็อกอะฮฺก็ได้ โดยละหมาดครั้งละสองร็อกอะฮฺ ซึ่งถือว่าเป็นวิธีการที่ดีที่สุด และบางครั้งอาจละหมาดครั้งละสี่ร็อกอะฮฺก็ได้ ดังนั้นบางครั้งอาจละหมาดด้วยวิธีหนึ่งบางครั้งอีกวิธีหนึ่งทั้งนี้เพื่อฟื้นฟูสุนนะฮฺ
1- มีรายงานว่า
سئلت عائشة رضي الله عنها كيف كانت صلاة رسول الله صلى الله عليه وسلم في رمضان؟ فقالت: مَا كَانَ رَسُولُ الله صلى الله عليه وسلم يَزِيْدُ فِي رَمَضَانَ وَلا فِي غَيْرِهِ عَلَى إحْدَى عَشْرَةَ رَكْعَةً، يُصَلِّي أَرْبَـعاً فَلا تَسْأَلْ عَنْ حُسْنِـهِنَّ وَطُوْلِـهِنَّ، ثُمّ يُصَلِّي أَرْبَـعاً فَلا تَسْأَلْ عَنْ حُسْنِـهِنَّ وَطُوْلِـهِنَّ، ثُمَّ يُصَلِّي ثَلاثاً...
ความว่า “ครั้งหนึ่งมีคนถามท่านหญิงอาอิชะฮฺว่าลักษณะการละหมาดของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ในเดือนเราะมะฎอนเป็นอย่างไร? ท่านตอบว่า ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ไม่เคยละหมาดเกินสิบเอ็ดร็อกอะฮฺเลยไม่ว่าในเดือนเราะมะฎอนหรือเดือนอื่นๆ ท่านละหมาดสี่ร็อกอะฮฺซึ่งไม่ต้องบอกถึงความสละสลวยและความยาวนานของมัน แล้วท่านละหมาดอีกสี่ร็อกอะฮฺซึ่งไม่ต้องบอกถึงความสละสลวยและความยาวนานของมันเช่นกัน แล้วท่านก็ละหมาดอีกสามร็อกอะฮฺ” (บันทึกโดยอัล-บุคอรีย์ หมายเลข 1147)

2- มีรายงานจากท่านอิบนุ อับบาส เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา ว่า
كَانَ رَسُولُ الله صلى الله عليه وسلم يُصَلِّي مِنَ اللَّيْلِ ثَلاثَ عَشْرَةَ رَكْعةً
ความว่า “ปรากฏว่าท่านเราะสูลุลลอฮฺศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมได้ละหมาดในตอนกลางคืนสิบสามร็อกอะฮฺ” (มุตตะฟะกุน อะลัยฮฺ โดยมีบันทึกในอัล-บุคอรีย์ เลขที่ : 1138 และมุสลิม เลขที่: 764 ซึ่งสำนวนนี้เป็นของมุสลิม)

3- มีรายงานจากท่านหญิงอาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา ว่า
كَانَ رَسُولُ الله صلى الله عليه وسلم يُصَلِّي فِيْـمَا بَيْنَ أَنْ يَفْرُغَ مِنْ صَلاةِ العِشَاءِ إلَى الفَجْرِ إحْدَى عَشْرَةَ رَكْعَةً، يُسَلِّمُ بَيْنَ كُلِّ رَكْعَتَيْنِ، وَيُوْتِرُ بِوَاحِدَةٍ
ความว่า “ปรากฎว่าท่านเราะสูลุลลอฮฺศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมได้ละหมาดหลังจากเสร็จละหมาดอิชาอ์จนกระทั่งออกฟัจญฺริสิบเอ็ดร็อกอะฮฺ ท่านจะให้สลามในทุกๆสองร็อกอะฮฺแล้วละหมาดวิตฺริหนึงร็อกอะฮฺ” (บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 736)

สอง ตามสุนนะฮฺในการละหมาดตะรอวีหฺให้อิมามละหมาดสิบเอ็ดร็อกอะฮฺหรือสิบสามร็อกอะฮฺ ไม่ว่าจะเป็นช่วงต้นหรือช่วงท้ายเราะมะฎอน แต่มีให้เน้นเฉพาะในสิบวันสุดท้ายให้ละหมาดให้นาน ยืนนาน รุกูอฺและสุญูดนาน ทั้งนี้เพราะท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม นั้นละหมาดตลอดทั้งคืน ดังนั้น หากจะละหมาดน้อยกว่าหรือมากกว่าที่กล่าวมาก็ได้

เมื่อใดที่มะอ์มูมจะได้ผลบุญเหมือนละหมาดตลอดทั้งคืน
ที่ดีที่สุดสำหรับมะอ์มูมนั้นคือการละหมาดพร้อมอิมามจนจบไม่ว่าอิมามจะละหมาดสิบเอ็ด สิบสามหรือยี่สิบสาม หรือน้อยกว่าหรือมากกว่านั้น ทั้งนี้เพื่อที่จะได้ผลบุญเหมือนละหมาดตลอดทั้งคืน มีรายงานจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ว่า
«إنَّهُ مَنْ قَامَ مَعَ الإمَامِ حَتَّى يَنْصَرِفَ كُتِبَ لَـهُ قِيَامُ لَيْلَةٍ»
ความว่า “แท้จริงแล้วผู้ที่ละหมาดพร้อมอิมามจนจบ เขาจะได้ได้ผลบุญเหมือนละหมาดทั้งคืน” (เป็นหะดีษเศาะฮีหฺที่บันทึกโดยอบู ดาวูด หมายเลข 1375 และอัน-นะสาอีย์ หมายเลข 806 ซึ่งสำนวนนี้เป็นของอัน-นะสาอีย์)

หากมีผู้เป็นอิมามสองคน ผู้ที่จะได้ผลบุญเหมือนละหมาดตลอดทั้งคืนก็คือผู้ที่ละหมาดพร้อมอิมามทั้งสองคน เพราะคนที่สองก็คือตัวแทนของคนแรกในการเพิ่มการละหมาดให้สมบูรณ์

ผู้ใดที่ควรเป็นอิมามนำละหมาดตะรอวีหฺ
ผู้ที่สมควรจะเป็นอิมามนำละหมาดในเดือนเราะมะฎอนคือผู้ที่อ่านอัลกุรอานได้ดี รักษาตัจญ์วีดดีและท่องจำอัลกุรอาน หากจำไม่ได้อนุญาตให้อิมามอ่านจากมุศหัฟ(อัลกุรอานเป็นเล่ม)ได้ และที่ดีที่สุดคือให้บรรดามะอ์มูมได้ฟังอัลกุรอานทั้งเล่มในเดือนเราะมะฎอน ถ้าไม่ได้หมดก็ให้ได้ส่วนหนึ่งก็ยังดี

หุก่มการดุอาอ์เมื่อเคาะตัมอัลกุรอาน
การดุอาอ์หลังจากเคาะตัมอัลกุรอานในเดือนเราะมะฎอนและเดือนอื่นๆ หากนอกการละหมาดใครใคร่ทำก็ทำได้ แต่การดุอาอ์เคาะตัมอัลกุรอานในละหมาดนั้นไม่ใช่สิ่งที่มีบัญญัติไว้ เพราะไม่ปรากฎหลักฐานจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และจากบรรดาเศาะหาบะฮฺของท่านแม้แต่คนเดียว

ผู้ใดที่ละหมาดตะฮัจญุดซึ่งปรกติเขาจะละหมาดช่วงท้ายของกลางคืน แล้วเขาละหมาดวิตรฺหลังจากละหมาดตะฮัจญุด หากเขาละหมาดพร้อมอิมามหากอิมามละหมาดวิตรฺ ให้เขาละหมาดวิตรฺพร้อมอิมาม และเมื่อเขาลุกขึ้นมาช่วงท้ายของกลางคืนอีกครั้งก็ให้เขาละหมาดคู่
หากสตรีคนใดปรารถนาที่จะออกไปละหมาดที่มัสญิด ไม่ว่าจะเป็นละหมาดวาญิบหรือสุนัตให้เธอออกไปได้โดยไม่แต่งตัวสวยและไม่ใส่เครื่องหอม

 
หน้าแรก  :   เกี่ยวกับมุสลิมเมืองชลฯ  :   กรรมการอิสลามชลบุรี  :   ทำเนียบมัสยิด  :   ทำเนียบร้านฮาลาล  :   ดาวน์โหลด  :   ติดต่อเรา
Copyrights © 2009 www.muslimchonburi.com All Rights Reserved.
counter